ทัวร์ลาว เวียงจันทร์ วังเวียง หลวงพระบาง
รหัสทัวร์
     LBI02_FD/WRT
ทัวร์
     ทัวร์ลาว เวียงจันทร์ วังเวียง หลวงพระบาง
สายการบิน
     AirAsia (FD)
ประเทศ
     ลาว
ระยะเวลา
     3 วัน 2 คืน
ราคาเริ่มต้น
     12,900 baht
ไฮไลท์ทัวร์
กรุงเทพฯ - เวียงจันทร์ - พระธาตุหลวง - ประตูชัย - วังเวียง - ถนนโรตี - วังเวียง - ถ้ำจัง - หลวงพระบาง - พระธาตุภูษี - ถนนคนเดิน - ตักบาตรข้าวเหนียว - วัดเชียงทอง - พระราชวัง - หอพระบาง - วัดวิชุนราช - กรุงเทพ  
กำหนดการ
วันที่ 6 - 8 กรกฎาคม 2561
วันที่ 20 - 22 กรกฎาคม 2561
วันที่ 27 - 29 กรกฎาคม 2561
วันที่ 3 - 5 สิงหาคม 2561
วันที่ 10 - 12 สิงหาคม 2561
วันที่ 17 - 19 สิงหาคม 2561
วันที่ 31 สิงหาคม 2561 ถึง วันที่ 2 กันยายน 2561
วันที่ 7 - 9 กันยายน 2561
วันที่ 21 - 23 กันยายน 2561
วันที่ 28 - 30 กันยายน 2561
Update ครั้งล่าสุด
     25 มิ.ย. 61 

bookmark


 วันแรก กรุงเทพฯ– เวียงจันทร์ – พระธาตุหลวง – ประตูชัย –วังเวียง – ถนนโรตี 
สถานที่09.30น.พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง อาคาร 1 ขาออก ชั้น 2 ประตู 1 เคาท์เตอร์สายการบินไทยแอร์เอเชีย Thai Air Asia (FD) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน

เดินทาง12.05น.ออกเดินทางสู่เมืองหลวงนครเวียงจันทน์โดยเที่ยวบิน FD 1040
(มีบริการอาหารร้อนบนเครื่อง)
 
สถานที่13.25 น.เดินทางถึงสนามบิน วัตไตเมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

บ่าย นำท่านไปสักการะ วัดพระธาตุหลวงตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประตูชัยเป็นศาสนสถานที่สำคัญที่สุดของประเทศลาว เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติลาวมีความหมายต่อจิตใจของประชาชนชาวลาวอย่างใหญ่หลวงแทนถึงความเป็นเอกราชและอำนาจอธิปไตยของลาวสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะโดดเด่นที่สุดในอาณาจักรล้านช้างเป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมในพระพุทธศาสนากับสถาปัตยกรรมของอาณาจักรมีลักษณะคล้ายป้อมปราการมีการก่อสร้างระเบียงสูงใหญ่ขึ้นโอบล้อมองค์พระธาตุไว้พร้อมกับทำช่องหน้าต่างเล็กๆเอาไว้โดยตลอด ประตูทางเข้าเป็นบานประตูไม้ใหญ่ลงรักสีแดงรอบๆองค์พระธาตุยังมีเจดีย์บริวารล้อมอยู่โดยรอบ  และนำท่าน ชมอนุสาวรีย์ประตูชัยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของนครเวียงจันทน์บนถนนล้านช้างจะไปสิ้นสุดที่บริเวณประตูชัย สร้างเสร็จในปี พ.ศ.2512เป็นอนุสรณ์ สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวที่สละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติพรรคคอมมิวนิสต์ประตูชัยมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า รัยเวย์แนวตั้งเพราะการก่อสร้างนี้ใช้ปูนซีเมนส์จากประเทศอเมริกาที่ซื้อมาเพื่อสร้างสนามบินใหม่ในเวียงจันทน์ในระหว่างสงครามอินโดจีนแต่พ่ายเสียก่อนจึงได้นำมาสร้างประตูชัยแทนเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะล้านช้างกับฝรั่งเศสเข้าด้วยกันอย่างงดงามและกลมกลืนอย่างยิ่งจากนั้นนำท่านเดินทางมุ่งสู่เมืองวังเวียงสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่และธรรมชาติท่ามกลางขุนเขาที่รายล้อมอยู่โดยรอบ จนได้ชื่อว่าเป็น กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว
 
อาหารค่ำรับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหารที่วังเวียง  

ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัยเพลิดเพลินไปกับสีสันยามค่ำคืนในเมืองวังเวียงบน ถนนคนเดิน( Walking Street ) หรือถนนโรตี ซึ่งมีโรตีให้ท่านได้เลือกชิมกันอย่างจุใจ

 
ที่พักที่พัก THE GRAND RIVERSIDE HOTEL (4*) หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

 วันที่สอง วังเวียง – ถ้ำจัง – หลวงพระบาง – พระธาตุภูษี – ถนนคนเดิน 
อาหารเช้าบริการอาหารเช้า ณ  โรงแรมที่พัก

หลังอาหารพาท่านตระการตากับความงามของหินงอกหินย้อยใน ถ้ำจังภายในบรรยากาศเย็นสบายรวมทั้งสูดอากาศแสนบริสุทธิ์บนยอดถ้ำ พร้อมทั้งชม จุดชมวิว สุดยอดถ้ำที่ท่านจะสามารถมองเห็นเมืองวังเวียงได้ทั้งเมือง  และชม สระมรกต ซึ่งเป็นบ่อน้ำแร่ที่ได้จากภูเขาหินปูนได้เวลาสมควรพาทุกท่านมุ่งหน้าเมืองหลวงพระบางเมืองมรดกโลกระหว่างทาง ท่านจะได้ผ่านหมู่บ้านชาวลาวพร้อมทั้งต้นไม้นานาพันธุ์  เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันงดงาม การทำนาขั้นบันไดและหมู่บ้านชนเผ่าต่างๆ ของลาว ผ่านเมือง กาสี พูคูณ เชียงเงิน   และเส้นทางสายนี้ถือว่าเป็นสันทางที่สวยที่สุด เส้นทางหนึ่งในเอเชียอาคเนย์ระหว่างทางให้ท่านถ่ายรูปจากมุมสูงของยอดเขาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนเส้นทางนี้และพักผ่อนหย่อนใจกับบรรยากาศแสนสบายที่ ภูเพียงฟ้า

 
อาหารกลางวันบริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร

ถึงหลวงพระบางแล้วนำท่านเดินขึ้นบันได 328 ขั้นเพื่อนมัสการพระธาตุภูษี (Phou Si Mountian) สองข้างทางร่มรื่นด้วยต้นดอกจำปา ภูษีนี้หมายถึง “ภูศรี” คือเป็นศรีของเมืองหลวงพระบางนั่นเองตั้งโดดเด่นกลางใจเมืองมีจุดชมวิวก่อนถึงยอดพระธาตุ มองเห็นวัด บ้านเรือนทอดยาวขนานกับแม่น้ำโขงจรดปากแม่น้ำคานยอดสูงสุดของภูษี อยู่บนพื้นที่ราบแคบๆตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมทาสีทองตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด7 ชั้น สูงประมาณ 21 เมตรจะสวยมากในยามเย็น แบบนี้แสงแดดจะ ส่ององค์พระธาตุเป็นสีทองสุกปลั่งมีทางเดินรอบองค์พระธาตุสามารถชมทิวทัศน์ตัวเมืองหลวงพระบางได้เกือบรอบเลยทีเดียว

 
อาหารค่ำรับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร
(พิศษ!! พิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีพื้นบ้านของหลวงพระบาง)

 
หลังทานอาหารสามารถเดินเที่ยว ชมถนนข้าวเหนียว ของหลวงพระบาง หรือ ตลาดมืดเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองไว้เป็นของฝาก หรือเป็นที่ระลึก อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
 
ที่พักพักที่ Chitchareung Muanglouang Hotel ณ หลวงพระบาง หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
 

 วันที่สาม ตักบาตรข้าวเหนียว - วัดเชียงทอง– พระราชวัง – หอพระบาง –วัดวิชุนราช - กทม. 

05.00น. ตื่นเช้าไปร่วมทำบุญ-ตักบาตรกับชาวหลวงพระบางทุกเช้าชาวหลวงพระบางทุกบ้านจะพากันออกมานั่งรอตักบาตรพระสงฆ์ที่เรียงแถวเดินมาตามถนนเป็นร้อยๆ รูปซึ่งเป็นภาพ
ยามเช้าที่มีชีวิตชีวาของหลวงพระบางโดยสะท้อนถึงวิถีชีวิตของสังคมอันสงบสุขและความเลื่อมใสศรัทธาที่มีต่อพุทธศาสนาที่หยั่งรากลึกลงในวัฒนธรรมของชาวล้านช้างและนำท่านแวะเที่ยวชมตลาดเช้า

อาหารเช้าบริการอาหารเช้า ณ  โรงแรมที่พัก
 
จากนั้น นำท่านเที่ยวชม วัดเชียงทอง (Xieng Thong Temple) เป็นวัดหลวงคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบางสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปเวียงจันทน์และยังได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ และเจ้าชีวิตศรีสว่างวงศ์วัฒนากษัตริย์สองพระองค์สุดท้ายของลาว บริเวณที่ตั้งของวัดอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมืองหลวงพระบางใกล้ บริเวณที่แม่น้ำคานไหลมาบรรจบกันกับแม่น้ำโขง มีพระอุโบสถ หรือภาษาลาวเรียกว่า “สิม” เป็นหลังไม่ใหญ่โตนัก หลังคาพระอุโบสถแอ่นโค้งและลาดต่ำลงมาก ซ้อนกัน อยู่ 3 ชั้น เป็นศิลปะแบบหลวงพระบาง ส่วนกลางมี ช่อฟ้า ประกอบด้วย 17 ช่อซึ่งเป็นที่สังเกตกันว่า เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์สร้างขึ้นจึงมี 17 ขั้นส่วนสามัญจะสร้างกันแค่ 1-7 ช่อ เชื่อกันว่าจะเก็บของมีค่าไว้ในนั้นด้วยส่วนหน้าบัน หรือภาษาลาวว่า “โหง่” เป็นรูปเศียรนาคความงามของวัดอยู่ที่ความสงบสง่าสะอาดมีการวางผังออกแบบและบำรุงรักษาจากนั้นนำท่านชมพระราชวังเก่า (Royal Palace Museum) เป็นวังที่ เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ทรงประทับอยู่ที่นี่จนสิ้นพระชนม์  เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ.2518  พระราชวังก็ได้ถูกเปลี่ยนเป็น พิพิธภัณฑ์ ประกอบด้วยหอฟังธรรมห้องรับแขกของเจ้ามหาชีวิตและพระมเหสี ห้องท้องพระโรง ทางด้านหลังก็เป็นพระตำหนักซึ่งมีเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ จัดเก็บไว้เป็นระเบียบเรียบง่าย และ นมัสการหอพระบางซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของหลวงพระบาง เป็นพระพุทธรูปประทับยืนปรางค์ห้ามสมุทรเป็นพระพุทธรูปศิลปะขอมสมัยหลังบายน น้ำหนัก 54 กก. ประกอบด้วยทองคำ 90% และยังมีพระพุทธรูปนาคปรกสลักศิลาศิลปะขอมอีก 4 องค์ประดิษฐานอยู่
 
อาหารกลางวันบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
หลังอาหารนำท่านเดินทางไปวัดใหม่สุวรรณภูมารามหรือที่ชาวหลวงพระบางเรียกกันสั้นๆว่า "วัดใหม่" เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชบุญทัน ซึ่งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์สุดท้ายของลาวและยังเคยเป็นที่ประดิษฐานพระบาง พระพุทธรูปคู่เมืองหลวงพระบางในรัชสมัยของเจ้ามหาชีวิตสักรินฤทธิ์ จนกระทั่งถึงปีพ.ศ. 2437 จึงได้อัญเชิญพระบางไปประดิษฐานในหอพระบางภายในพระราชวังจวบจนกระทั่งปัจจุบัน เมื่อมาเยือนวัดแห่งนี้สิ่งที่เราจะสังเกตเห็นถึงความแตกต่างจากวัดอื่นๆ คือตัวอุโบสถ(สิม) ลักษณะจะเป็นอาคารทรงโรง หลังคามีขนาดใหญ่ มีชายคาปกคลุมทั้งสี่ด้านสองระดับต่อเนื่องกัน จากนั้นนำท่าน นมัสการ พระธาตุหมากโมเป็นเจดีย์ปทุมหรือพระธาตุดอกบัว แต่ชาวลาวทั่วไปเรียกว่า พระธาตุหมากโม เนื่องจากเห็นว่ามีรูปทรงคล้ายแตงโมผ่าครึ่งหรือทรงโอคว่ำ คล้ายสถูปฟองน้ำที่สาญจี ประเทศอินเดีย ยอดพระธาตุมีลักษณะคล้ายรัศมีแบบเปลวไฟของพระพุทธรูปแบบลังกาหรือสุโขทัย บริเวณมุมฐานชั้นกลางและชั้นบนมีเจดย์ทิศทรงดอกบัวตูมทั้งสี่มุม ได้เวลาสมควรนำทุกท่านมุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติหลวงพระบาง
 
เดินทาง16.45น.ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินไทยแอร์เอเซีย เที่ยวบินที่ FD 1031 
 
อาหาร18.05น.เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ       

ข้อตกลง และเงื่อนไขการใช้บริการ I ข้อตกลง และเงื่อนไขการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านอินเตอร์เน็ต I นโยบายคุ้มครองความเป็นส่วนตัว I ความมั่นคง ปลอดภัยของเว็บไซต์ 

ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 
 
             
 
            

   

          


Copyright © 2012-2018 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel

offline Close

Image
Top