ทัวร์ยุโรป Winter of East Europe เยอรมัน - ออสเตรีย - เชค -สโลวัค - ฮังการี 10วัน (TG)
รหัสทัวร์
     EUTC5_TG/WRT
ทัวร์
     ทัวร์ยุโรป Winter of East Europe เยอรมัน - ออสเตรีย - เชค -สโลวัค - ฮังการี 10วัน (TG)
สายการบิน
     Thai International Airway (TG)
ประเทศ
     ยุโรป
ระยะเวลา
     10 วัน 7 คืน
ราคาเริ่มต้น
     89,900 baht
ไฮไลท์ทัวร์
โดยสายการบิน Thai Airways (TG)
พร้อมสะสมไมล์การบินไทยได้ ** (STAR ALLIANCE )
พักโรงแรมระดับ 4 ดาว
**ลิ้มรสขาหมู+เบียร์เยอรมัน, กูลาซซุป อาหารพื้นเมืองฮังการี, อาหารไทย
** รวมทิปคนขับรถในยุโรปและไกด์ท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว **
กำหนดการ
วันที่ 24 ธันวาคม 2560 ถึง วันที่ 2 มกราคม 2561
Update ครั้งล่าสุด
     12 ธ.ค. 60 

bookmark


วันที่ 1 สนามบินสุวรรณภูมิ –มิวนิค (เยอรมัน)
21.30 น.
คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูผู้โดยสารขาออกหมายเลข 1 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและบัตรที่นั่ง

วันที่ 2 มิวนิค –  สนามฟุตบอล ALLIANZ ARENA – พระราชวัง NYMPHENBURG – จัตุรัสมาเรียน
00.50 น.
ออกเดินทางสู่นครมิวนิค ประเทศเยอรมัน โดยสารการบิน THAI AIRWAYS  เที่ยวบินที่ TG924 
06.45 น.
เดินทางถึงสนามบินมิวนิค ประเทศเยอรมัน หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำคณะ ชมภายนอกสนามฟุตบอล ALLIANZ ARENA มีชื่อเล่นว่า "เรือยาง" (เยอรมัน: Schlauchboot) เป็นสนามฟุตบอลในประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองมิวนิค เริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2545 และเสร็จสมบูรณ์เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 รวมค่าก่อสร้างทั้งหมด 340 ล้านยูโร ปัจจุบันทีมที่ใช้สนามคือสโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิค ทีมฟุตบอลชื่อดังของเยอรมันและของโลกให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกของทีมบาเยินมิวนิค นำท่าน ถ่ายรูปด้านนอกของพระราชวังนึมเฟนบูร์ก (NYMPHENBURG) เป็นพระราชวังฤดูร้อนสไตล์บาร็อกที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1664 ผู้ริเริ่มสร้างปราสาทคือเฟอร์ดินานด์ มาเรีย สร้างขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณเนื่องในวันประสูติพระโอรสแม็กซิมีเลียนที่2 เอมานูเอล
กลางวัน
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาตาคาร อาหารจีน
นำท่านสู่ เวณจัตุรัสมาเรียน (MARIENPLATZ หรือ MARY’S SQUARE) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองมิวนิค เป็นจัตุรัสกลางเมืองมิวนิคเดิมมีชื่อว่าชรันเน่น (SCHRANEN) ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อตามเสารูปปั้นพระแม่มารีทองคำ (MARIENSAULE) ที่สร้างขึ้นกลางจัตุรัสในปี ค.ศ.1632 เพื่อขอบคุณต่อพระแม่มารีที่เมืองรอดพ้นจากการรุกรานของสวีเดน นอกจากนี้บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองเก่าที่งดงามด้วยศิลปะโกธิค และ วิหารแม่พระโบสถ์ใหญ่ โดยมีโดมเป็นรูปทรงคล้ายหัวหอมใหญ่  อิสระให้ทุกท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย 
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง ลิ้มรส !!! ขาหมูเยอรมัน + เบียร์เยอรมัน ท่านละ 1 แก้ว 
ที่พัก MERCURE HOTEL MUCHEN หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 3 มิวนิค- ปราสาทนอยชวานสไตน์ – ซาลส์เบิร์ก (ออสเตรีย) – สวนมิราเบล
เช้า 
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 
จากนั้นนำท่านเดินทางจากมิวนิคสู่ เขตเมืองฟุสเซ่น (ระยะทางจากมิวนิค – ปราสาทนอยชวานสไตน์ 160 ก.ม.)
นำท่านเข้าชม “ปราสาทนอยชวานสไตน์” (Neuschwanstein Castle)  สร้างขึ้นบนยอดเขาที่รายล้อมด้วยภูมิทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์และทะเลสาบด้านล่างสร้างจากบัญชากษัตริย์ลุดวิคที่2 ที่ต้องการสร้างปราสาทตามเทพนิยายของริชาร์ด วากเนอร์ ศิลปินคนโปรดของพระองค์ ตัวปราสาทตั้งอยู่บนบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์ สูงกว่า 200 เมตร เหนือเกาะแก่งของแม่น้ำพอลลัท เป็นปราสาทหลังใหญ่สีขาว ตั้งอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพร ที่ซึ่งมีสีสันแปลกแปลง แตกต่างไปในแต่ละฤดูกาลได้ ปราสาทหลังนี้ เพิ่งได้รับขนานนามว่า “นอยชวานสไตน์” ภายหลังจากที่ กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ได้เสด็จสวรรคตแล้วในปี 1886 เที่ยวชมห้องต่างๆ อาทิ ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องฮอลล์ที่ใช้ในการแสดงโอเปร่าและคอนเสิร์ต แม้กระทั่งราชาการ์ตูนอย่าง “วอล์ทดิสนีย์” ยังได้จำลองแบบปราสาทแห่งนี้ไปเป็นปราสาทในเทพนิยาย อันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของดิสนีย์แลนด์
( หมายเหตุ : เนื่องจากปราสาทนอยชวานสไตน์ตั้งอยู่บนเขา ซึ่งในหน้าหนาวทำให้มีหิมะปกคลุม อาจมีการปรับเปลี่ยนรายการการขึ้น-ลง หรือการเข้าชมปราสาทเนื่องมากจากสภาพอากาศ หรือวันหยุดสำคัญต่าง ทั้งนี้หากปราสาทปิดทางบริษัทจะปรับเปลี่ยนเป็นการเข้าปราสาทอื่นแทน อาทิเช่น ปราสาทโฮเฮนชวานเกา)
กลางวัน
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
นำท่านเดินทาง จากปราสาทนอยชวานสไตน์สู่ เมือง ซาลสเบิร์ก (Salzburg) (ระยะทางจากปราสาทนอยชวานสไตน์ – ซาลส์เบิร์ก 214ก.ม.) 
จากนั้นนำท่าน ชมเมืองซาลล์เบิร์ก เมืองแห่งศิลปินเพลง เมืองซึ่งเป็นสถานที่ของเด็กอัจฉริยะโมสาร์ตที่เพิ่งจะฉลองครบรอบ 250 ปี ในปี 2006 ที่ผ่านมาและเมืองนี้ยังโด่งดังจากการเป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์เพลงอมตะ “มนต์รักเพลงสวรรค์” หรือ The Sound of  Music นำท่านชมสวนมิราเบลที่งดงามซึ่งเดิมเป็น สวนในพระราชวังเดิม บนถนนฝั่งขวาจะเป็นบ้านอีกหลังของคีตกวีชื่อดังก้องโลก (เทศบาลเมืองไม่อนุญาตให้นำรถบัส นำนักท่องเที่ยวเข้าในเขตบริเวณเมืองเก่า) เดินข้าม แม่น้ำซาลสอัคช์ เพื่อเดินเล่นชมเมืองเก่าของซาลสเบิร์ก สู่จัตุรัสกลางเมืองเพื่อถ่ายรูปคู่กับ อนุเสาวรีย์โมสาร์ต ชมมหาวิหารใหญ่กลางเมือง เดินเล่นบนถนนเกไตรเด้ ย่านช้อปปิ้งที่มีบ้านเกิดของโมสาร์ต ที่เพิ่งฉลอง ครบรอบ 250ปีเมื่อปี 2006 ตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้ด้วย ให้ท่านอิสระช้อปปิ้ง สินค้าพื้นเมืองมากมาย หรือชมเมือง ตามอัธยาศัย
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก ARENA CITY HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 4 ซาลส์เบิร์ก – เชสกี้ครุมลอฟ (สาธารณรัฐเช็ก) – ปราสาทครุมลอฟ - กรุงปราก – ชมเขตเมืองเก่า
เช้า 
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางจากเมืองซาสล์เบิร์กสู่ เมืองเชสกี้ครุมลอฟ (สาธารณรัฐเช็ก) (ระยะทางจากซาลส์เบิร์ก-เชสกี้ครุมลอฟ 200ก.ม.) 
เชสกี้ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) เมืองโบฮีเมียนทางใต้ที่มีเสน่ห์ได้รับสมญานามว่า “ไข่มุกมุกห่งโบฮีเมีย” ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปีค.ศ.1992 มีความโดดเด่นคือเป็นเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 หลัง ได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก
นำท่านชมเมืองโบราณที่มีอายุมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 จากการก่อตั้งเมืองของตระกูล Rozmberk จนกลายมาเป็นของอาณาจักรโบฮีเมีย และบาวาเรียสุดท้ายเมืองก็กลับมาอยู่ในการปกครองของตระกูล Schwarzenberg และครุมลอฟก็เจริญขึ้นเรื่อยๆจากการที่อยู่ในเส้นทางการค้าขายในอดีต และยังได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ในเมืองมรดกโลกที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ.1992 จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปภายนอก ปราสาทครุมลอฟ ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงและต่อเติมในหลายยุคสมัย เปลี่ยนมือเจ้าของหลายครั้งหลายคราแต่ก็ยังคงความงดงามของปราสาทที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในคุ้งน้ำวัลตาวา
กลางวัน
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
นำท่านเดินทางจากเมืองเชสกี้ครุมลอฟสู่ กรุงปราก (ระยะทางจากเชสกี้ครุมลอฟ-ปราก 170ก.ม.)กรุงปราก นครหลวงแห่งสาธารณรัฐเช็ก ที่มีความงดงามของสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนต่างๆ จนได้รับฉายาว่านครแห่งปราสาทร้อยยอด ให้ท่านเดินเล่นย่าน จัตุรัสเมืองเก่าที่มีบรรยากาศคึกคักตลอดเวลา เพราะเต็มไปด้วยร้านขายของนานาชนิด รวมทั้งร้านคริสตัล ซึ่งโบฮีเมียคริสตัลนั้นเป็นที่รู้จักและให้การยอมรับกันทั่วยุโรป แม้แต่บรรดาพระราชวังต่างๆก็นิยมนำไปเป็นเครื่องประดับ หรือช่อโคมระย้าที่งดงาม หอนาฬิกาดาราศาสตร์ อายุกว่า 500 ปี ที่กลไกยังคงทำงานจนถึงปัจจุบันนี้, ชมนาฬิกาโบราณที่จะมีตัวตุ๊กตาโบราณออกมาแสดงในทุกชั่วโมง  จากนั้นอิสระทุกท่านช้อปปิ้งหรือถ่ายรูปตามอัธยาศัย
ค่ำ 
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก HOTEL INTERNATIONAL PRAGUE หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 5
กรุงปราก – ปราสาทปราก – สะพานชาร์ลส - บราติสสลวา (สโลวาเกีย) ปราสาทแห่งกรุงบราติสลาวา
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 
นำท่านชมด้านในของกลุ่ม ปราสาทแห่งกรุงปราก ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำวัลตาวา อดีตที่ประทับของจักรพรรดิแห่งโบฮีเมียปัจจุบันเป็นที่ทำการของคณะรัฐบาลนำท่านชมวิวสวยบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นตัว  เมืองปรากที่อยู่คนละฝั่งแม่น้ำ ที่ท่านจะเห็นถึงชื่อที่มาของเมืองแห่งปราสาทร้อยยอด ที่ท่านจะเห็นยอดแหลมของอาคารต่างๆ มากมาย รวมทั้งยอดโบสถ์ต่างๆอีกด้วยเดินผ่านเขตอุทยาน ที่สวยงาม ชมอาคารสำคัญๆมากมาย ก่อนผ่านชมเขตของตัวปราสาทที่มีมหาวิหารเซนต์วิตัส วิหารประจำราชวงศ์ซึ่งสร้างด้วยศิลปะแบบโกธิคที่ประดับด้วยกระจกสีแบบสเตนกลาสอย่างสวยงาม ให้ท่านถ่ายภาพภายนอกของปราสาทอันสวยงาม จากนั้นให้ท่านเดินเล่นบริเวณ เดอะโกลเดนเลน สถานที่เคยเป็นร้านขายของในยุคแรกๆ และเปลี่ยนมาเป็นที่พักขององครักษ์ มหาดเล็กและปัจจุบันเป็นแกลเลอรี่ จากนั้นให้ท่านสัมผัสกับบรรยากาศที่สวยงามของ สะพานชาร์ลส ที่ทอดข้ามแม่น้ำวัลตาวา สัญลักษณ์ที่สำคัญของกรุงปรากที่สร้างขึ้นในยุคของกษัตริย์ชาร์ลสที่4 ปัจจุบันเป็นสถานที่ที่เหล่าศิลปินต่างๆนำผลงานมาแสดงและขายให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ
กลางวัน
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
จากนั้นนำท่านเดินทางจากกรุงปรากสู่ บราติสลาวา(สโสวาเกีย) (ระยะทางจากกรุงปราก-บราติสลาวา 329 ก.ม.) "เมืองบราติสลาวา" (Bratislava) เมืองหลวงของสาธารณรัฐสโลวาเกีย และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่มีอาณาเขตติดต่อกับ 2 ประเทศ นั่นคือ ประเทศออสเตรียและประเทศฮังการีเมืองบราติสลาวา เป็นเมืองที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอาคารยุคกลางและอาคารศตวรรษที่ 20 ที่ยังคงสามารถพบเห็นได้เป็นจำนวนมากในเขตย่านเมืองเก่าบราติสลาวา (Old Town, Bratislava) โดยเมืองเก่าของบราติสลาวานั้นถือว่าเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่เป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างสำคัญๆมากมาย นำท่านชมภายนอก ปราสาทแห่งกรุงบราติสลาวา ตัวอาคารมีหอคอยสูง 80 เมตร ทั้ง 4 ด้าน ผสมผสานไปด้วยศิลปะแบบโกธิค, เรเนอซองส์ และบารอค ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาเบเธียนเหนือลุ่มแม่น้ำดานูบ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเมืองบราติสลาวา ท่านสามารถชมวิวของตัวเมืองได้กว้างไกลสุดสายตา 
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก
FALKENSTEINER HOTEL BRATISLAVA หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 6
บราติสสลวา (สโลวาเกีย) – บูดาเปสต์ (ฮังการี) –ป้อมฟิชเชอร์แมนบาสเตียน–โบสถ์แมทเธียส-จัตุรัสวีรบุรุษ ล่องเรือแม่น้ำดานูบ
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางจากบราติสลาวา(สโลวาเกีย)สู่ นครบูดาเปสต์(ฮังการี) (ระยะทางจากบราติสลาวา-บูดาเปสต์ 200ก.ม.)
บูดาเปสต์ (Budapest) เป็นนครหลวงของประเทศฮังการีที่รวมเอาสองเมืองเข้าด้วยกัน คือเมือง "บูดา" กับเมือง "เปสต์" รวมกันเมื่อปี 1873 บูดาเปสต์นั้นได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่มีความงดงามติดอันดับโลกจนได้รับสมญานามว่า “บูดาเปสต์ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” ด้วยเพราะทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ(Danube)หรือที่คนฮังกาเรียนเรียกขานว่า ดูนา (Duna) เป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านกลางเมือง ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำดานูบ
มีภูมิประเทศเป็นเนินเขาสลับซับซ้อนเรียกว่าฝั่งบูดา(Buda) เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมโบราณและศิลปวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ส่วนฝั่งเปสต์(Pest) มีลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นราบเป็นย่านธุรกิจการค้าที่สำคัญของเมือง 
กลางวัน
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
นำท่านชึ้นชม Buda Castle Hill ซึ่งเป็นย่านที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณเก่าแก่ นำท่านชม ป้อมชาวประมง (Fishermen’s Bastion) ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน สร้างขึ้นไว้เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมงผู้เสียสละชีวิตปกป้องบ้านเมืองในคราวที่ถูกพวกมองโกลเข้ามารุกรานเมื่อปี 1241-1242 บนป้อมชาวประมงนี้ถือว่าเป็นจุดชมวิวรอบเมืองบูดาที่สวยที่สุด สามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้แบบพาโนรามา มองเห็นสะพานเชน และอาคารรัฐสภาฮังการีริมแม่น้ำดานูบที่งดงาม
นำท่าน ถ่ายรูปด้านนอกมหาวิหารแมททิอัส (MATTHIAS CHURCH) เป็นโบสถ์ใหญ่เก่าแก่อายุ 700 ปี ที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โบถส์แห่งนี้ตั้งชื่อตามพระนามของกษัตริย์แมทเทียส กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งฮังการี เมื่ออดีตโบสถ์แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีเถลิงราชสมบัติของกษัตริย์แห่งฮังการี แต่ในช่วงที่ฮังการีถูกรุกรานจากกองทัพเติร์กสมบัติส่วนใหญ่ถูกขนออกไปและถูกเปลี่ยนสภาพให้เป็นมัสยิสหลักของเมืองภายใต้การปกครองของตุรกีในปี ค.ศ.1541 และในช่วงสงครามขับไล่กองทัพเติร์ก โบสถ์แมนเทียสได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก กระทั่งเมื่อสงครามสงบลงจึงมีการบูรณะโบสถ์แมทเทียสให้กลับมายิ่งใหญ่และงดงามดังเดิม มีหลังคาสลับสีอันสวยงามตามสไตล์นีโอ-โกธิค ส่วนด้านโบสถ์ประดับประดาไปด้วยภาพเขียนสี และกระจกสีที่บอกเล่าเรื่องราวทางศาสนาที่งดงาม จากนั้นนำท่านสู่ จัตุรัสวีรบุรุษ(HeroSquare) เป็นลานโล่งกว้างขนาดใหญ่ ที่มีอนุสาวรีย์แห่งสหัสวรรษ(Millennium Memorial) ตั้งตระหง่านอยู่กลางลาน อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งอาณาจักรฮังการีครบรอบ 1,000ปี เสาสูงตระหง่านของอนุสาวรีย์ เป็นที่ตั้งของรูปหล่อเทวทูตกาเบรียลอันเป็นสัญลักษณ์ของคริสตจักรโรมันคาทอลิกที่เป็นดั่งหลักของอาณาจักรฮังการีโดยรอบเสาสูงเป็นที่ตั้งของรูปหล่อผู้นำของชนเผ่าทั้ง 7 ที่ร่วมกันก่อตั้งอาณาจักรฮังการีขึ้นเมื่อคริสตศวรรษที่ 9นอกจากนี้ยังมีเสาระเบียงโดยรอบที่ประดับประดาไปด้วยรูปหล่อของบุคคลสำคัญของฮังการี ไม่ว่าจะเป็นอดีตกษัตริย์ นักปราชญ์ และบุคคลในประวัติศาสตร์ของฮังการี ซึ่งในช่วงที่มีการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้ขึ้น จากนั้นนำท่านล่องเรือชมความสวยงามของ2ฝั่งแม่น้ำดานูบ แม่น้ำสายโรแมนติคที่มีมนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย ซึ่งนอกจากจะแบ่งประเทศฮังการีทั้งประเทศแล้วยังได้แบ่งนครหลวงแห่งนี้ออกเป็น 2 ฝั่งด้วย ภายในตัวนครหลวงทั้งสองฝั่งมีสะพานที่สร้างอย่างงดงามทอดข้ามแม่น้ำดานูบเชื่อมติดต่อระหว่างนครหลวงทั้งสองฝั่งเป็นจำนวน 8 แห่งนครหลวง ส่วนหนึ่งตั้งอยู่ในบริเวณย่านภูเขาที่เป็นฉากธรรมชาติประดับตัวนครให้เป็นภาพอันน่าประทับใจ เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของธรรมชาติ และเรือแล่นผ่าน “อาคารรัฐสภา” เป็นอาคารแบบนีโอโกธิคที่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ และได้รับการยกย่องว่าเป็นอาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดในยุโรป  ตลอดจนอาคารบ้านเรือนและความเป็นอยู่ของผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำดานูบ
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมืองฮังการี กูลาซซุป + ไวน์
ที่พัก
NOVOTEL BUDAPEST CITY HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 7
บูดาเปสต์ (ฮังการี) – เวียนนา (ออสเตรีย) – พระราชวังเชิร์นบรุนน์ – โบสถ์เซนต์สตีเฟน – ช้อปปิ้งถานนคาร์ทเนอร์
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางจากนครบูดาเปสต์ (ฮังการี) สู่กรุงเวียนนา (ออสเตรีย) (ระยะทางจากบูดาเปสต์-เวียนนา 240ก.ม.)
เวียนนา (ออสเตรีย) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย เมืองที่ได้รับสมญานามว่าเป็น “นครแห่งเสียงดนตรี” เพราะนักแต่งเพลงคลาสสิกชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น บีโธเฟ่น, โมสาร์ต, โยฮัน สเตราส ก็ล้วนแต่มีบ้านเกิดอยู่ที่นี่เวียนนาเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในออสเตรีย เป็นศูนย์กลางทั้งเศรษฐกิจและการปกครองและยังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานในสหประชาชาติหลายแห่ง เช่น United Nations Industrial Development Organization (UNIDO) และองค์กรระดับนานาชาติหลายแห่ง เช่น โอเปก (OPEC) 
กลางวัน 
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
นำท่านเข้าชม พระราชวังเชิร์นบรุนน์ (Schloss Schonbrunn) พระราชวังฤดูร้อนอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ฮัปสบวร์กที่ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 17 โดยพระประสงค์ของ “ พระนางมาเรียเทเรซ่า ” จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมันที่ตั้งพระไทว่า จะสร้างพระราชวังแห่งนี้ให้มีความงดงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ในกรุงปารีส  ด้านหลังของพระราชวังในอดีตเคยใช้เป็นที่ล่าสัตว์ปัจจุบันได้ตกแต่งเป็นสวน และ น้ำพุอย่างสวยงาม อันเป็นที่มาของชื่อพระราชวังเชินบรุนน์ ในอดีตนั้นพระราชินีฝรั่งเศส มารีอังตัวเนต ได้เคยใช้ชีวิตช่วงวัยเด็ก ณ พระราชวังแห่งนี้ และ โมสาร์ทยังเคยมา บรรเลงดนตรี จักพรรดินโปเลียนเคยได้เสด็จมาประทับอยู่กับพระราชโอรสของพระองค์ สัมผัสความงามอันวิจิตรตระการตาภายในห้องต่างๆ อาทิ ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องแกลลอรี่, ห้องมิลเลี่ยน, ไชนีสรูม ห้องบอลลูม ใช้จัดงานเต้นรำ หรือแสดงดนตรี ปัจจุบันยังมีการใช้งานอยู่เป็นครั้งคราว ท่ามกลางอุทยานสวนดอกไม้นานาพันธุ์
จากนั้นนำท่านถ่ายรูป “โบสถ์เซนต์สตีเฟน” (St.Stephen Cathedral) หรือในภาษาเยอรมันว่า สเตฟานส์โดม (Stephansdom) เป็นโบสถ์เก่าแก่สร้างในศิลปะโกธิกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ถือเป็นโบสถ์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศออสเตรีย ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของโบสถ์นี้คือหอคอยทางทิศใต้ที่มีความสูงถึง 136.7 เมตร ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 75 ปี และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1433   วิวจากยอดหอคอยแห่งนี้สามารถมองเห็นเวียนนาได้รอบด้าน
จากนั้นนำคณะเดินทางเข้าสู่ “ถนนคาร์ทเนอร์” ย่านถนนการค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย  เชิญท่านเลือกซื้อหาของฝากจากออสเตรีย อาทิเช่น เครื่องแก้วเจียระไน, คริสตัล ของที่ระลึก และ สินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของยุโรป
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก NH VIENNA HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 8 เวียนนา – ฮอลตรัท (Hallstatt) – มิวนิค
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 
นำท่านออกเดินทางเวียนนาสู่ ฮอลสตรัท (ระยะทางจากเวียนนา-ฮอลสตัท 289 ก.ม.)
ฮอลสตัท (Hallstatt)  เมืองมรดกโลกที่เก่าแก่ย้อนหลังกลับไปกว่า 4,000 ปี ช่วงที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในอดีตประมาณปี 800-400 ปี ก่อนคริสตกาล และยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่หลงใหลของนักเดินทางมากมาย
กลางวัน
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง เมนูปลาเทร้าท์
จากนั้นนำท่านเดินเท้าเลาะริมทะเลสาบบนถนนเลียบทะเลสาบที่เรียกว่า “ซี สตราซ” (See Strasse) ระยะทางประมาณ 300 เมตร อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย บ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่า ดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของ ถนนซีสตราซ ท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม อิสระให้ท่านได้พักผ่อนนั่งจิบกาแฟ หรือเดินเที่ยวชมเมือง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมิวนิค (ระยะทางจากฮอลสตัท-มิวนิค 209ก.ม.)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 
ที่พัก FOUR POINTS BY SHERATON HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 9 มิวนิค – สนามบิน
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 
ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินมิวนิคเพื่อให้ท่านได้มีเวลาในการทำ TAX RERUND
13.35 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG925

วันที่ 10 สนามบินสุวรรณภูมิ
06.10 น. เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ

Copyright © 2012-2017 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด
ใบอนุญาตฯ นำเที่ยว เลขที่ 11/05838
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel
ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 


 
       

     
 
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด ดำเนินกิจการพานักท่องเที่ยว และนักเรียน-นักศึกษา เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการท่องเที่ยว และการศึกษา เท่านั้น
ไม่ได้ดำเนินกิจการ เพื่อพาเดินทางไปทำงาน หรือไปวัตถุประสงค์อื่นๆ และหากมีผู้แอบอ้างนำชื่อบริษัทฯ ไปใช้เพื่อพาท่านยื่นขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศ โปรดแจ้งบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  คลิ๊

offline Close

Image
Top