ทัวร์ยุโรป PROMOTION SWITZERLAND 7 DAYS
รหัสทัวร์
     WO7_EK/WRT
ทัวร์
     ทัวร์ยุโรป PROMOTION SWITZERLAND 7 DAYS
สายการบิน
     Emirates Airlines (EK)
ประเทศ
     ยุโรป
ระยะเวลา
     7 วัน 4 คืน
ราคาเริ่มต้น
     49,900 baht
ไฮไลท์ทัวร์
เจนีวา น้ำพุเจดโด นาฬิกาดอกไม้ กลาเซียร์ 3000 โลซานน์ ศาลาไทย เบิร์น บ่อหมีสีน้ำตาล จุงเคอร์กาสเซ นาฬิกาไซ้ท์คล็อคเค่นทรัม อินเตอร์ลาเคน ช้อปปิ้งซูริค น้ำตกไลน์ ช้อปปิ้งเต็มอิ่มที่ย่านลูเซิร์น
กำหนดการ
วันที่ 5 - 11 ตุลาคม 2560
วันที่ 19 - 25 ตุลาคม 2560
Update ครั้งล่าสุด
     20 ก.ย. 60 

bookmark



วันแรก กรุงเทพ ฯ 
22.00 น. คณะเดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ  อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่สอง ดูไบ-เจนีวา-น้ำพุเจดโด-นาฬิกาดอกไม้
01.05 น. ออกเดินทางสู่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
04.45 น.
เดินทางถึงเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง              
08.40 น. เดินทางสู่ เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 89 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
12.45 น. เดินทางถึง สนามบินเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและสัมภาระแล้ว นำท่าน ชมเมืองเจนีวา เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บริเวณที่ทะเลสาบเจนีวาไหลเข้ารวมกับแม่น้ำโรห์น (Rhone river) โดยทะเลสาบเจนีวานั้นตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ เป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรปกลาง รองจากทะเลสาบบาลาต้นในประเทศฮังการี สำหรับ กรุงเจนีวาได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองนานาชาติ (Global City) เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างชาติสำคัญๆหลายองค์กร เช่น สำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติประจำทวีปยุโรป, องค์การอนามัยโลก (WHO), องค์การการค้าโลก (WTO) เป็นต้น นอกจากนี้แล้วกรุงเจนีวายังเป็นสถานที่จัดตั้งองค์การสันนิบาตชาติ ใน ค.ศ. 1919 และกาชาดสากล ใน ค.ศ. 1864
นำท่านชม น้ำพุเจดโด กลางทะเลสาบเลคเลมังค์ น้ำพุที่ได้รับการยอมรับว่าสูงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงเจนีวาโดยสามารถมองเห็นได้จากทุกจุดในเมือง น้ำพุเจดโดเป็นน้ำพุที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น "สัญลักษณ์ของกรุงเจนีวา" โดยน้ำพุสามารถพุ่งได้สูงสุดประมาณ 140 เมตร (459 ฟุต) น้ำพุถูกติดตั้งในปี 1886 นักท่องเที่ยว ที่มาเยือนและมีโอกาสล่องเรือมาในทะเลสาบ เจนีวามักไม่พลาดที่จะมาชมน้ำพุด้วยเช่นกัน นำท่านแวะชมและถ่ายภาพกับนาฬิกาดอกไม้ ที่สวนอังกฤษ (Jardin Anglais) ริมทะเลสาบเจนีวา ซึ่งบ่งบอกถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกา
จากนั้น อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งมีร้านค้ามากมายรายล้อมรอบสวนดอกไม้ไม่ว่าจะเป็น LOUIS VUITTON, PRADA, BALLY, GUCCI หรือจะเลือกชมนาฬิกายี่ห้อดังที่ผลิตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้ง ROLEX, OMEGA, CHOPARD, TAG HEUER, PATEK PHILIPPE, LONGINES ซึ่งมีร้านจำหน่ายมากมายเช่นกัน 
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Ramada Encore Geneve Hotelหรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม กลาเซียร์ 3000 – โลซานน์ – ศาลาไทย (สวิสฯ)
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ กลาเซียร์ 3000 (Glacier 3000) เป็นยอดเขาในสวิสเซอร์แลนด์ สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3000 เมตร จาก Col di Pillon เดินทางโดยกระเช้า 360 องศา ขึ้นสู่ยอดเขากลาเซียร์บนยอดเขาสามารถมองเห็นวิวยอดเขาสำคัญๆ ของสวิสเซอร์แลนด์ ได้แก่ จุงเฟรา แมทเทอร์ฮอร์น และมองบลองก์ ได้อย่างชัดเจน...ลานหิมะกลาเซียร์ 3000 เป็นส่วนหนึ่งของภูเขากูดสตาร์ด (Gstaad Mountain) ที่มีเส้นทางสกียาว 250 กิโลเมตร และ เทือกเขาแอลป์มีเส้นทางสกียาว 225 กิโลเมตร 
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโลซานน์ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวาเมืองโลซานน์นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ เนื่องจากเมืองโลซานน์ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งทะเลสาบเจนีวา จึงมีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญสำหรับชาวไทยเนื่องจากเป็นเมืองที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่า
นำท่านแวะถ่ายรูป สำนักงานโอลิมปิกสากล ศาลาไทย ที่รัฐบาลไทยได้ร่วมกันก่อสร้างให้เมืองโลซานน์ ในวโรกาสเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปีและเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-สวิสฯ ครบ 75 ปี
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Ramada Encore Geneve Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่ เบริ์น – บ่อหมีสีน้ำตาล – จุงเคอร์นกาสเซ – นาฬิกาไซ้ท์คล็อคเค่นทรัม – อินเตอร์ลาเก้น – ซูริค   
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  
นำท่านเดินทางสู่ กรุงเบิร์น เมืองหลวงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองโบราณเก่าแก่สร้างขึ้นเมื่อ 800 ปีที่แล้ว โดยมีแม่น้ำอาเร่ (Aare) ล้อมรอบตัวเมือง เสมือนเป็นป้อมปราการทางธรรมชาติไว้ 3 ด้าน คือ ทางด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออก ส่วนทิศตะวันตกชาวเมืองได้สร้างกำแพง และสะพานข้ามที่สามารถชักขึ้นลงได้ นำท่านเที่ยวชมสถานที่สำคัญต่างๆในกรุงเบิร์นซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1863
นำท่าน ชมบ่อหมีสีน้ำตาล สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น  นำท่าน ชมมาร์กาสเซ ย่านเมืองเก่า ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และบูติค เป็นย่านที่ปลอดรถยนต์ จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่า อายุ 200-300 ปี นำท่านลัดเลาะชม ถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดของเมืองนี้ ถนนกรัมกาสเซ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านภาพวาดและร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ ชม นาฬิกาไซ้ท์คล็อคเค่นทรัม อายุ 800 ปี ที่มีโชว์ให้ดูทุกๆชั่วโมงในการตีบอกเวลาแต่ละครั้งหอนาฬิกานี้ ในช่วงปี ค.ศ. 1191-1256 ใช้เป็นประตูเมืองแห่งแรก แต่พอมีการสร้าง Prison Tower จึงเปลี่ยนไปใช้ Prison Tower เป็นประตูเมืองแทนและดัดแปลงไซ้ท์คล็อคเค่นทรัมให้กลายมาเป็นหอนาฬิกา พร้อมติดตั้งนาฬิกาดาราศาสตร์เข้าไป นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์ Munster สิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1421 อิสระให้ท่านเดินเล่นและเก็บภาพตามอัธยาศัยหรือจะเลือกช้อปปิ้งซื้อสินค้าแบรนด์เนมและซื้อของที่ระลึก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหาร
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินเตอร์ลาเก้น เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Tune lake) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Brienz lake) อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ พร้อมช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกซื้อนาฬิกายี่ห้อดังหลากหลายที่ผลิตในสวิส ไม่ว่าจะเป็น ROLEX, OMEGA, CHOPARD, TAG HEUER, PATEK PHILIPPE, LONGINES และอื่นๆ อีกมากมาย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองซูริค (Zurich) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน สวิตเซอร์แลนด์ เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและวัฒนธรรมที่รู้จักกันทั่วโลก (เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์คือ เมืองเบิร์น) จากการสำรวจในปี 2006 และ ปี 2007 ซูริค ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่มี "คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด" ในโลก เมืองซูริคเป็นเมืองเก่าที่ตั้งขนาบข้างด้วยแม่น้ำ ลิมแมทที่ไหลมาจากทะเลสาบทางทิศเหนือ ด้วยประชากรราว 336,000 ซูริคจึงเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ และยังประกอบไปด้วยโบสถ์เก่าแก่ น้ำพุ ถนนหิน อาคารต่างๆ ที่บางแห่งก็มีอายุมากกว่า 700 ปี บ้านเรือนและร้านค้าเล็กๆ มากมาย 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ  ภัตตาคาร
พักที่ Park Inn by Radisson Zurich Airport หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า ซูริค – โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ – จัตุรัสปาราดาพลาทซ์ – ถนนบานโฮฟซตราสเซอ
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม ความงดงามของเมืองซูริค ถ่ายรูปกับ โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ (Fraumunster abbey) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 853 โดยกษัตริย์เยอรมันหลุยส์ ใช้เป็นสำนักแม่ชีที่มีกลุ่มหญิงสาวชนชั้นสูงจากทางตอนใต้ของเยอรมันอาศัยอยู่ นำท่านสู่ จัตุรัสปาราเดพลาทซ์ (Paradeplatz) เป็นจัตุรัสเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางของการค้าสัตว์ที่สำคัญของเมืองซูริค ปัจจุบันจัตุรัสนี้ได้กลายเป็น ชุมทางรถรางที่สำคัญของเมืองและยังเป็นศูนย์กลางการค้าของย่านธุรกิจ ธนาคาร สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ 
กลางวัน  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ย่าน ช้อปปิ้งถนนบานโฮฟซตราสเซอ (Bahnhofstrasse) เป็นถนนอันลือชื่อที่มีความยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร เป็นถนนที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติว่าเป็นถนนช้อปปิ้งที่มีสินค้าราคาแพงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตลอดสองข้างทางล้วนแล้วแต่เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ร้านค้าอัญมณี ร้านเครื่องประดับ ร้านนาฬิกาและโรงแรมระดับหรู แต่ละร้านล้วนตกแต่งประดับประดากันอย่าง อลังการ ยังโดดเด่นในฐานะเป็นแหล่ง ช้อปปิ้งที่หรูหราอลังการ คนซูริคคุยว่าถนนสายนี้มีอัตราค่าเช่าที่ที่แพงที่สุดในโลก โดยเฉพาะตลอดสอง ข้างทางของถนนมีห้องเสื้อชั้นนําของยุโรป, รองเท้า, กระเป๋า, เครื่องประดับนานาชนิด และที่ขาดไม่ได้เลย คือ ร้านขายนาฬิกา ถัดจากถนนบานโฮฟซตราสเซอ คือ ถนนออกัสตินเนอร์กาส (Augustinergasse) ถนนเก่าแก่สายเล็กๆ ที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง ตลอดสองข้างทางเป็นที่ตั้งของอาคารบ้านเรือนที่สร้างขึ้นจากช่างฝีมือในยุคกลางไฮไลท์การท่องเที่ยวคือการไปชมความงดงามของเหล่าหน้าต่างไม้แกะสลักตามอาคารต่างๆบนถนนแห่งนี้ อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้า ของแบรนด์เนม และของฝากของที่ระลึกตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก Park Inn by Radisson Zurich Airport หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก ลูเซิร์น – รูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน – สะพานไม้ชาเพล – ชาฟฮาวเซ่น – น้ำตกไรน์ - ซูริค
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น อดีตหัวเมืองโบราณของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า หลังคาแห่งทวีปยุโรป (The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้ว ก็ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขา สลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม
นำท่านชม รูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่หัวของสิงโตจะมีโล่ ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์อยู่ อนุสาวรีย์รูปสิงโตแห่งนี้ออกแบบและแกะสลักโดย ธอร์ วอลเส้น  ใช้เวลาแกะสลักอยู่ราว 2 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1819-1821 โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ที่เสียชีวิตในฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในครั้งปฏิวัติใหญ่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
จากนั้นนำท่านชมและแวะถ่ายรูปกับ  สะพานไม้ชาเพล หรือสะพานวิหาร (Chapel bridge) ซึ่งข้ามแม่น้ำรอยซ์ เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว สะพานวิหารนี้เป็นสะพานที่แข็งแรงมากมุงหลังคาแบบโบราณ เชื่อมต่อ ไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางน้ำ จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันสะพานไม้นี้ถูกไฟไหม้เสียหายไปมาก ต้องบูรณะสร้างขึ้นใหม่เกือบหมด 
เที่ยง **อิสระอาหารกลางวัน เพื่อไม่เป็นการรบกวนการช้อปปิ้งของท่าน**
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองชาฟฮาวเซ่น (SCHAFFHAUSEN) ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของแม่น้ำไรน์ เมืองที่มีความสวยงาม เต็มไปด้วยกลิ่นไอของสถาปัตยกรรมสไตล์เรเนซองส์ และอาคารสไตล์คลาสสิค นำท่านเที่ยวชมและสัมผัสความงามของ น้ำตกไรน์ น้ำตกที่ใหญ่และสวยที่สุดในยุโรป น้ำสีเขียวมรกตใสไหลอย่างเชี่ยวกราดทำให้เกิดฟองขาวแตกกระเซ็นยามกระทบกับแก่งหิน ละอองน้ำที่กระจายปกคลุมไปทั่ว เกิดภาพที่งดงามจับใจ สูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสต้นไม้ใหญ่เรียงรายทั่วบริเวณ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน 
21.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK 86 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่เจ็ด ดูไบ-กรุงเทพฯ
07.20 น.
เดินทางถึงเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
11.45 น.
ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 418 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
20.50 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ 

Copyright © 2012-2017 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด
ใบอนุญาตฯ นำเที่ยว เลขที่ 11/05838
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel
ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 


 
       
 
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด ดำเนินกิจการพานักท่องเที่ยว และนักเรียน-นักศึกษา เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการท่องเที่ยว และการศึกษา เท่านั้น
ไม่ได้ดำเนินกิจการ เพื่อพาเดินทางไปทำงาน หรือไปวัตถุประสงค์อื่นๆ และหากมีผู้แอบอ้างนำชื่อบริษัทฯ ไปใช้เพื่อพาท่านยื่นขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศ โปรดแจ้งบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  คลิ๊ก

10 อันดับสายการบิน ปลอดภัยมากที่สุดในโลก | สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง | เกร็ดความรู้ การเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างปลอดภัย | จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์กับเรา | 4 วิธี ป้องกันกระเป๋าเดินทางหาย | บริการทัวร์กรุ๊ปเหมาพิเศษ | ชำระค่าทัวร์ด้วย SCB Bill Payment ง่าย สะดวก ไม่มีค่าธรรมเนียม

offline Close

Image
Top