14 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวตุรกี
Jul 5, 2017 
“ประเทศตุรกี” (Turkey) อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยว ตุรกีเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานกว่า 2500 ปีก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่ทั้งบนคาบสมุทรบอลข่านในยุโรป และคาบสมุทรอานาโตเลียในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ จึงถือเป็นพรมแดนระหว่างทวีปเอเชียกับยุโรปและทำให้ได้รับการขนานนามว่าดินแดนสองทวีป ด้านสถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของตุรกีนั้นโดดเด่นด้วยการผสมผสานอย่างลงตัวของอารยะธรรมตะวันออกและตะวันตก ตุรกีมีมรดกโลกมากมายหลายแห่งและยังเป็นที่ตั้งของ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกรวมถึงความงดงามทางธรรมชาติอันแปลกตา เทือกเขาและชายทะเลที่สวยงามจนมีชื่อเสียงโด่งดัง ตุรกีจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งของนักท่องเที่ยว
 
1. เที่ยวตุรกี ที่ ปามุคคาเล ปราสาทปุยฝ้าย” หรือ Cotton Castle


มรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่โด่งดังไปทั่วโลกของตุรกี เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแบบไม่มีที่ใดเหมือน ชั้นบนสุดของปามุคคาเล เป็นลานแคลเซียมที่มีความยาวกว่าสองพันเมตร และในอดีตเป็นที่ตั้งของนครโบราณ เฮียราโปลิส ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นโรงแรมน้ำแร่ที่มีนักท่องเที่ยวมาพักกันอย่างเนืองแน่น ส่วนที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกันมากที่สุดก็คือ หน้าผาสีขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ ซึ่งมีรูปร่างคล้ายหอยแครง และน้ำตกสีขาว ที่มองดูเหมือนสร้างจากหิมะ น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจับตัวกันแข็งเป็นหินปูนสีขาว เกิดเป็นปฏิมากรรมธรรมชาติที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวนิยมนำน้าที่นี่ไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต นักท่องเที่ยวพากันหลั่งไหลมาอย่างเนืองแน่น จนทางการตุรกีต้องสร้างแอ่งน้ำแร่เทียมเสมือนจริง เพื่อให้นักท่องเที่ยวลงไปแหวกว่าย เล่นน้ำและแช่น้ำแร่ เพื่อเป็นการอนุรักษ์แอ่งน้ำแร่ตามธรรมชาติไม่ให้บอบช้าจนเกินไป เที่ยวตุรกี
 
2. สถานที่ท่องเที่ยวตุรกี วิหารเทพีอาร์เทมิส


 
1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ เมืองอีเฟซุส ที่ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังสามารถมองเห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้ มหาวิหารอาร์เทมิสเป็นวิหารที่สร้างอย่างใหญ่โตอลังการด้วยหินอ่อน เลียบแบบศิลปะแบบกรีก เพื่อถวายแด่เทพเจ้าอาร์เทมีส (เทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ของกรีก) ผู้มาจากสวรรค์ ซึ่งเชื่อกันว่าช่วยชาวเมืองให้พ้นจากหายนะและภัยพิบัติได้         วิหารนี้มีเนื้อที่กว่า 50000ตารางฟุต มีเสาหินขนาดใหญ่ตั้งรอบตัวอาคารมากกว่า 100 เสา แต่ละเสามีเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 ฟุต สูง 60 ฟุต หลังคาปูด้วยกระเบื้องหินอ่อน ภายในโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าชื่อว่า อาร์ทิมีส หรือเทพไดอาน่า ในอดีตประชาชนจะนำสิ่งของมีค่าต่างๆมาสักการะบูชาเพื่อขอพรและให้เทพไดอาน่าช่วยให้พ้นภัย วิหารแห่งนี้ได้ถูก ทำลายในช่วง ก่อนปี ค.ศ. 262เหลือเพียงซากปรักหักพังเก็บไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชม
 
3. สุเหร่าเซนต์โซเฟีย


 
1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง เมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 532 โดยจักรพรรดิ์คอนสแตนตินเพื่อให้เป็นโบสถ์ทางคริสตศาสนา ถือเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของยุคนั้น จุดเด่นอยู่ที่ยอดโดมขนาดมหึมากลางวิหาร ส่วนการตกแต่งทั้งด้านนอกและด้านในสุเหร่านั้นก็งดงามวิจิตรอย่างที่สุเหร่าในยุคนั้นไม่มีที่ใดจะเทียบได้ ประกอบด้วยเสาหินสลักอย่างวิจิตร 108 ต้น (ชั้นบน 68 ต้น ชั้นล่าง 40 ต้น) มีหอมินาเรสท์เป็นยอดแหลมทั้งยังประดับประดาด้วยสิ่งของสูงค่าอย่างมากมาย ต่อมาพระเจ้าโมฮัมหมัดที่ 2 ของตุรกีได้เปลี่ยนแปลงโบสถ์ให้เป็นสุเหร่าทางศาสนาอิสลาม ปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ในชื่อ พิพิธภัณฑ์อะยาโซเฟีย (Ayasofya Museum)
 
4. ฮิปโปโดรม ( Hippodrome ) เมืองอิสตันบูล


 
ในสมัยโรมันใช้เป็นสถานที่แข่งม้าและแข่งกรีฑา เป็นจุดศูนย์กลางความเจริญในยุคไบเซนไทน์  สร้างโดยจักรพรรดิเซนต์มุสเซเวรุส  ซึ่งปัจจุบันหลงเหลือเพียงเสาที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อยู่ 3 เสาซึ่งมีการล้อมรั้วไว้เหมือนเป็นอนุสาวรีย์อยู่กลางจตุรัสได้แก่
 
- เสาโอบีลิสก์ เป็นเสาสี่เหลี่ยมยอดแหลมยอดเสาแกะเป็นภาพฟาโรห์คุกเข่าถวายสักการะแด่สุริยเทพ ซึ่งเป็นเสาที่จักรพรรดิคอนสแตนติน นำมาจากประเทศอิยิปต์
- เสาคอนสแตนตินที่ 7 ได้ชื่อมาจากพระเจ้าคอนสแตนติน จักรพรรดิแห่งโรมัน เป็นสาหินสูงประมาณ 32 เมตร สร้างในปี ค.ศ. 900 เป็นรูปเกษตรกรและชาวประมง
- เสารูปงูพันกันเป็นเสาที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดา 3 เสานี้  เดิมมีความสูง 8 เมตร แต่ตอนนี้ชำรุดเหลือเพียง 5 เมตร  เสางูนี้สร้างขึ้นมาแล้วกว่า2500 ปี เดิมตั้งอยู่ที่วิหารอพอลโลในกรีก  ตัวเสาเป็นรูปงู 3 ตัวเกี่ยวกระหวัดรัดกันอยู่ ยอดที่หักเป็นส่วนของสามขาที่รองรับอ่างทองคำ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์โบราณคดี เสาต้นนี้ถือว่าเป็นเสาที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดา 3 เสานี้
 
5. Blue Mosque สุเหร่าสีน้ำเงิน – ที่เที่ยวประเทศตุรกี
 

 
สุเหร่าสีน้ำเงิน หรือ สุเหร่าสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 ตั้งอยู่ตรงข้ามกับวิหารเซนต์โซเฟียสร้างในปี พ.ศ.2152 ถือเป็นแลนมาร์ค และเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงอิสตันบลู บลูมอสก์ เกิดจากแรงบันดาลใจ ที่ต้องการสร้างสุเหร่าให้ใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟีย  เพราะ ก่อนหน้านี้ เซนต์โซเฟียถูกยกย่องให้เป็นวิหารคริสต์ที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ต่อมาใน ยุคของสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1  ก็บรรลุถึงจุดมุ่งหมายโดยก่อสร้างสุเหร่าสีน้าเงินได้เป็นผลสำเร็จซึ่งความยิ่งใหญ่อลังการและความงดงามของสุเหร่าแห่งนี้ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าสุเหร่าเซนต์โซเฟียเลย เหตุที่เรียกสุเหร่าแห่งนี้ว่าบลูมอสก์ (สุเหร่าสีน้าเงิน) ก็เพระด้านในของสุเหร่าแห่งนี้  ประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้าทั้งหมดนั่นเอง บลูมอสก์ ณ ปัจจุบันยังใช้เป็นสุเหร่าเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา โดยให้นักท่องเที่ยวเข้าชมด้านในฟรี  เว้นแต่ ช่วงประกอบพิธีจะปิดไม่ให้เข้า รอบข้างสุเหร่าแห่งนี้ ยังเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และราชวงศ์ และมีสิ่งก่อสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้แก่ ห้องสมุด ห้องอาบน้ำ โรงพยาบาล และโรงเรียน อีกด้วย
 
6. เดอรินกูยู (Derinkuyu Underground City)


 
เมืองใต้ดินของตุรกีแห่งนี้ถูกค้นพบโดยบังเอิญในปี 1960 เดอรินกูยู มีความลึกถึง 11 ชั้น ถือเป็น เมืองใต้ดิน ที่ลึกที่สุด ใน 40 เมือง ที่ถูกขุดพบ เมืองใต้ดินแห่งนี้มีระบบการระบายอากาศที่สมบูรณ์แบบอย่างมาก มีระบบถ่ายเทและไหลเวียนของช่องอากาศไม่ต่ำกว่า 15,000 ช่อง ภายในประกอบไปด้วย ช่องตะเกียงน้ำมันให้แสงสว่าง ที่เก็บน้ำ ร้านค้า ห้องพัก ห้องเก็บไวน์ ห้องเรียน ห้องสาธารณะ คอกม้าและโบสถ์ สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยชาวคริสต์ เพื่อ ใช้เป็นที่หลบภัยและที่อาศัยใต้ดินหากมีการรุกรานของพวกโรมัน นับเป็นสถานที่สุด มหัศจรรย์ เพราะไม่น่าเชื่อเลยว่า คนสมัย เมื่อหลายพันปีก่อน จะสามารถ สร้างเมืองใต้ดิน ที่มีทุกสิ่งทุกอย่างได้โดยปราศจากเครื่องไม้ เครื่องมือใดๆเลย

7. Ephesus เอฟิซุส (City of Ephesus) เมืองเซลจุก


 
เมืองโบราณเก่าแก่ ที่มีมาก่อนยุคคริสตกาล เมืองเอฟิซุสแห่งนี้ ได้ถูกสถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวง ของโรมัน และถูกขนานนามว่า เป็นมหานครแห่งแรก และแห่งใหญ่ที่สุด ในเอเชียซึ่งในปัจจุบัน เอฟิซุส ก็ยังถือเป็นเมืองโบราณ ที่สวยและสมบูรณ์ ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเลยทีเดียว  ไฮไลท์ของเมืองแห่งนี้ก็คือ The Library of Celsus ( หอสมุดประจำเมือง )   หอสมุดแห่งนี้ถือเป็นสุดยอดงานสถาปัตยกรรมที่เลื่องชื่อในยุคนั้น โดดเด่นไปด้วยความงดงามของศิลปะในแบบ “เฮลเลนนิสติก” อันเป็นยุคทองของงานศิลปะของกรีก ซึ่งต่อมา ใน คศ 262 หอสมุด ได้ถูก เผาทำลาย บรรดาเอกสารและโครงสร้างอาคารที่เป็นไม้ทั้งหมดของหอสมุดถูกทำลายหมดสิ้น คงเหลือแต่ส่วนของอาคารด้านหน้าสร้างจากหินอ่อนที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน  และอีกแห่งก็คือ โรงละครเอฟิซุส   โรงมหรสพโบราณ ที่จุคนได้กว่า 30,000 คน ถือว่าเป็นโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่มาก และใหญ่เป็นอันดับสามของโรงละครโบราณทั้งหมดในตุรกี
 
8. สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตตุรกี เกอเรเม่ (Goreme)


สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่พลาดไม่ได้ของตุรกี สมัยก่อนดินแดนบริเวณนี้ ถูกเรียกว่า ” Land of the Saints ” หรือ ดินแดนแห่งนักบุญ ซึ่งสถานที่แห่งนี้แสดงให้เห็นถึงพลังศรัทธาอันแรงกล้าของชาวคริสต์ ที่มีต่อศาสนา เพราะมีโบสถ์ถ้ำจำนวนมากถึง 365 โบสถ์ สร้างเพื่อใช้เป็นโบสถ์ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและยังใช้เป็นสถานที่ในการหลบภัยจากการรุกรานของชนเผ่าอื่นๆที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์

ภายในโบสถ์ถ้ำแต่ละแห่ง จะปรากฏภาพจิตรกรรมเขียนสีบนปูนที่เรียกว่า Fresco โดยจะมีให้เห็นทั้งบนผนังและเพดานถ้ำ เนื้อหาเกี่ยวกับประวัติพระเยซู เหล่านักบุญ และเรื่องราวในพระคัมภีร์คริสต์  โดยโบสถ์ใต้ดินเหล่านี้จะมีอุโมงค์ใต้ดินเชื่อมถึงกันหมด โบสถ์ใต้ดินที่มีชื่อเสียงที่สุดก็เห็นจะเป็น Dark Church หรือ โบสถ์มืด เป็น โบสถ์ ที่มีภาพเขียนสีเฟรสโกสวยงามและสมบูรณ์ ที่สุด รองลงมาก็ได้แก่ Apple Church โบสถ์นี้มีภาพเขียนสีเฟรสโกในศตวรรษที่ 11 วาดเป็นรูปพระเยซู และพระแม่มารี St. Barbara Chapel โบสถ์แรกๆ ที่มีภาพเขียนสีเฟรสโกรูปคนขี่ม้า และ Snake Church โบสถ์ที่มีรูปเขียนสีอย่างสมบูรณ์ของ จักรพรรดิคอนสแตนติน

9. คัปปาโดเกีย (Cappadocia)
 
 
เมืองที่มีรูปร่างแปลกตาเหมือนพื้นผิวดวงจันทร์นี้ ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1985 Cappadocia เป็นดินแดนที่มีลักษณะพิเศษ ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ3ลูก เมื่อแปดล้านปีก่อน ทำให้เกิดเป็นภูเขาหินมากมายและมีรูปทรงที่แปลกตา มนุษย์ในสมัยนั้นปรับปรุงภูเขาหินเหล่านี้ ให้เป็นที่อยู่อาศัย โบสถ์และวิหารโดยเจาะภูเขาเป็นโพรงหิน และยังมีชาวพื้นเมืองอาศัยอยู่จริงจนถึงปัจจุบัน ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือปราสาทอุชหิซาร์ ซึ่งก็คือหมู่บ้านบนยอดเขาที่มีรูปร่างคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนจุด สูงที่สุดของคัปปาโดเกีย มีความยาวทั้งหมดถึง 8,000 เมตร มีรอยเจาะ รอยขุด เพื่อทำเป็นที่อยู่อาศัยเกือบทั่วทั้งภูเขา ในอดีตอุชหิซาร์ยังเป็นเสมือนป้อมปราการที่เอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย ส่วนกิจกรรมยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ค่อยพลาดนั่นก็คือ การนั่งบอลลูนชมความงามของทิวทัศน์ในมุมสูงของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีดีกรีติดอันดับมรดกโลก ส่วนราคาก็ตกอยู่คนละประมาณ 7,000 บาท ซึ่งสามารถใช้เวลาอยู่บนท้องฟ้าได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง

10. Topkapi Palace หรือ พระราชวังทอปคาปึ


 
สร้างขึ้นในสมัย สุลต่านเมห์เมดที่ 2 เมื่อปี พศ 1996 โดยสร้างบนเนินเขาลุกที่ 3 จากทั้งหมด 7 ลูก แต่ต่อมาก็ย้ายไปสร้างพระราชวังแห่งใหม่ บนเนินเขาลูกที่ 1 โดยสร้างกำแพงล้อมรอบพระราชวัง โดยมีปืนใหญ่อติดกับกำแพงด้วย จึงเรียกกันว่า ประตูปืนใหญ่  พระราชวังแห่งนี้ มีการตกแต่งแบบออตโตมัน ซึ่งดูเรียบง่าย หรูหราแต่มีความขลังให้น่าค้นหา สิ่งที่ไม่ควรพลาดชมเมื่อมาที่วังแห่งนี้ก็คือ Treasury ( อาคารพระคลังมหาสมบัติ ) ที่จัดแสดง สมบัติล้ำค่า ที่เป็นเครื่อง บรรณาการจากต่างแดน  และอีกแห่งก็คือBaghdad Pavilion ( พระราชตำหนักแบกแดด ) ตำหนักนี้ถือว่าเป็นตำหนักที่ มีวิวสวยที่สุด ของพระราชวังแห่งนี้ เนื่องจากสามารถมองเห็นทิวทัศน์ ของช่องแคบบอสฟอรัส ได้อย่างเต็มตา
 
11. พระราชวังโดลมาบาห์เช่ (Dolmabahce Palace)


 
พระราชวังที่มีความงดงามอย่างโดดเด่นบ่งบอกถึงความเจริญอย่างสูงสุดทางด้านวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม ของจักรวรรดิออตโตมันในยุคนั้น ก่อสร้างโดยใช้ศิลปะผสมผสานแบบยุโรป และตะวันออก ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆมากมายรวมถึงฮาเร็ม ที่ตกแต่งไว้อย่างวิจิตรงดงาม ,ทุกห้องตกแต่งด้วยโคมระย้าอย่างหรู บันไดลูกกรงแก้วเจียรนัย และยังมีโคมไฟมหึมาที่หนักถึง4.5 ตัน นาฬิกาทุกเรือนของที่นี่จะถูกตั้งเวลาไว้ที่ 09.05 น. เพื่อเป็นอนุสรณ์และเป็นการระลึกถึงเวลาที่เคมาล อตาเติร์ก วีรบุรุษของชาติถึงแก่อสัญกรรมใน วันที่ 10 พฤศจิกายน

12. หาด Ölüdeniz เมืองมูลา
 
 
ชายหาดที่สวยที่สุดในตุรกีและยังติดอันดับหาดสวยที่สุด 1 ใน 5 ของโลกอีกด้วย ความโดดเด่นของชายหาดแห่งนี้ก็คือ blue lagoon หาดทรายขาวแสนสวยทีโด่งดังไปทั่วโลก รูปร่างของชายหาดคล้ายแหลมที่ทอดตัวออกไปกลางอ่าว รายล้อมด้วยน้ำทะเลสีครามใสจนมองเห็นพื้นทราย บรรยากาศโดยรอบชายหาดแห่งนี้แวดล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงาม ประกอบไปด้วยน้าตกสวยและ ทิวเขาที่ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแมกไม้เขียวขจีนานาพันธ์ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะได้ เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมทั้งทางน้ำและทางอากาศนานาชนิด อาทิเช่น กิจกรรมดำน้ำลอดถ้าใต้ถูเขา การดำน้าชมฝูงปลาหลากสีพร้อมชมธรรมชาติอันงดงามใต้ผืนน้ำ รวมถึงกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย ชายหาดแห่งนี้มีที่พักหลากหลายสไตล์ให้เลือกไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันหรือจะเป็นกระท่อมเล็กๆแบบที่ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดก็มีไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่มากมายหลายแห่ง
 
13. ตลาดแกรนด์บาซาร์
 

แหล่งช้อปปิ้งในบรรยากาศเตอร์กิชที่โด่งดังที่สุดในตุรกี เป็นตลาดเก่าแก่กว่า 1,500 ปี โดยสร้างขึ้นตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1453 บาซาร์ขนาดใหญ่แห่งนี้มีร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน มีสินค้าหลากชนิด หลายคุณภาพ โดยเฉพาะเครื่องแต่งกาย ทั้งเสื้อหนังแกะแบบทันสมัย เสื้อแบบตุรกีที่เป็นของเก่าแก่ สวยหรูแต่ก็แพงมาก กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ผ้าคลุมไหล่ พรม เครื่องเซรามิคซึ่งสินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงของตุรกี การจะซื้อของที่ตลาดนี้ เวลาต่อราคา ต้องต่ออย่างน้อย 50-70% เพราะพ่อค้าแม่ค้าจะตั้งราคาไว้แพงมาก ตลาดแห่งนี้ปิดวันอาทิตย์ครับ

14. ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปช์มาร์เก็ต Spice Bazaar
 

 
ตั้งอยู่ใกล้กับสะพานกาลาตา ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ในร่มและเป็นตลาดใหญ่อันดับสองในอิสตันบูลรองจากแกรนด์บาร์ซาร์ นิยมเรียกกันว่าตลาดอียิปต์ เพราะที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่องสินค้าที่นำเข้าจากกรุงไคโร สินค้าหลักๆจะเป็นเครื่องเทศ ถั่วชนิดต่างๆ รังผึ้ง และน้ำมันมะกอก ผลไม้ทั้งสดและแห้ง ของที่ระลึก เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย ชาชนิดต่างๆ ชาผลไม้อย่างชาแอปเปิ้ลและชาทับทิมของตุรกีซึ่งหอมอร่อยมาก ตลาดแห่งนี้ เปิดวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ขายสินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของตุรกี เช่นพรมตุรกี กระเบื้องเซรามิคซึ่งผลิตด้วยเทคนิคโบราณ มีความแข็งแกร่งและ ลวดลายต่างๆถูกวาดด้วยมือซึ่งอ่อนช้อยงดงามมาก สินค้าที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อมากที่สุดก็ได้แก่ หินดวงตาปิศาจ (Evil eye) หรือตาสีฟ้าของชาวตุรกี หินตาสีฟ้านี้เป็น เครื่องรางนำโชคอย่างหนึ่งของชาวตุรกี เกือบทุกบ้านของชาวตุรกีจะนิยมแขวนเครื่องรางนี้ไว้บริเวณ ทางเข้าบ้าน ปัจจุบันสุภาพสตรีมักนิยมนำเครื่องรางนี้มาทำเป็นเครื่องประดับสวมใส่




 
ขอบคุณข้อมูล :
www.amazingthaisea.com

 
 
Copyright © 2012-2017 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด
ใบอนุญาตฯ นำเที่ยว เลขที่ 11/05838
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel
ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 


 
       
 
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด ดำเนินกิจการพานักท่องเที่ยว และนักเรียน-นักศึกษา เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการท่องเที่ยว และการศึกษา เท่านั้น
ไม่ได้ดำเนินกิจการ เพื่อพาเดินทางไปทำงาน หรือไปวัตถุประสงค์อื่นๆ และหากมีผู้แอบอ้างนำชื่อบริษัทฯ ไปใช้เพื่อพาท่านยื่นขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศ โปรดแจ้งบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  คลิ๊ก

10 อันดับสายการบิน ปลอดภัยมากที่สุดในโลก | สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง | เกร็ดความรู้ การเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างปลอดภัย | จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์กับเรา | 4 วิธี ป้องกันกระเป๋าเดินทางหาย | บริการทัวร์กรุ๊ปเหมาพิเศษ | ชำระค่าทัวร์ด้วย SCB Bill Payment ง่าย สะดวก ไม่มีค่าธรรมเนียม

offline Close

Image

offline Close

Image

offline Close

Image
Top